กรมวิทย์ฯตรวจพบยาอันตรายผสมใน“หัวน้ำหวาน”ที่มีการลักลอบนำมาใช้ทดแทนยาแก้ไอในสี่คูณร้อยในพื้นที่ภาคใต้



กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 11 สุราษฎร์ธานี ได้รับตัวอย่าง “หัวน้ำหวาน” จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช มีลักษณะเป็นของเหลวสีแดง คล้ายน้ำหวาน บรรจุในถุงพลาสติกใส มัดปากถุงด้วยหนังยาง ไม่มีฉลากแจ้งชื่อผลิตภัณฑ์ เลขสารบบ ส่วนประกอบ และสถานที่ผลิต ตรวจพบส่วนผสมของตัวยาคลอร์เฟนิรามีน (Chlorpheniramine) จัดเป็นยาอันตราย ตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 ลำดับที่ 32 ยาจำพวกฮิสตามีนและแอนติฮิสตามีนหรือยาแก้แพ้ แต่ตรวจไม่พบสารเสพติดหรือวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทชนิดอื่นๆ พร้อมทั้งแจ้งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบและเฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาดของยาดังกล่าว

 นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า ตามที่สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับการลักลอบผลิต "หัวน้ำหวาน" สี่คูณร้อย ในอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีคนกลุ่มหนึ่งลักลอบผลิตสารตั้งต้นที่ใช้เป็นส่วนผสมของสารเสพติด เรียกกันว่า "หัวน้ำหวาน"  มีลักษณะคล้ายน้ำหวานสีแดง มีกลิ่นคล้ายผลไม้สละและมีความเหนียวข้น ส่งขายให้กับกลุ่มผู้ดื่ม "สี่คูณร้อย" โดยกระจายขายตามร้านค้าชุมชน และส่งขายในช่องทางออนไลน์ ซึ่งผู้ดื่มสี่คูณร้อยบอกว่าหัวน้ำหวานดังกล่าวถูกนำมาทดแทนยาแก้ไอที่ผสมน้ำกระท่อมเพื่อดื่ม ชาวบ้านในพื้นที่จึงเกิดความเป็นห่วง และได้นำตัวอย่างหัวน้ำหวานส่งให้กับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อตรวจพิสูจน์ ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 11 สุราษฎร์ธานี 

นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวเพิ่มเติมว่า ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 11 สุราษฎร์ธานี ได้รับตัวอย่างหัวน้ำหวานดังกล่าว จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2563 มีลักษณะเป็นของเหลวสีแดง คล้ายน้ำหวาน บรรจุในถุงพลาสติกใส มัดปากถุงด้วยหนังยาง ไม่มีฉลากแจ้งชื่อผลิตภัณฑ์ เลขสารบบ ส่วนประกอบ และสถานที่ผลิต ได้ทำการตรวจพิสูจน์หาสารเสพติดและตัวยาที่อาจผสมในตัวอย่างดังกล่าวด้วยวิธี TLC และ LCMS ผลตรวจพบว่ามีส่วนผสมของตัวยาคลอร์เฟนิรามีน (Chlorpheniramine) จัดเป็นยาอันตราย ตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 ลำดับที่ 32 ยาจำพวกฮิสตามีนและแอนติฮิสตามีนหรือยาแก้แพ้ ออกฤทธิ์ต้านการทำงานของสารฮีสตามีน ซึ่งเป็นสารที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสร้างขึ้นและก่อให้เกิดปฏิกิริยาต่อภูมิแพ้ยาคลอร์เฟนิรามีนจึงใช้บรรเทาอาการจากหวัด จาม น้ำมูกไหล น้ำตาไหล อาการคัน นอกจากนี้แพทย์ยังอาจใช้รักษาอาการอื่นๆ ตามความเหมาะสมด้วย แต่ตรวจไม่พบสารเสพติดหรือวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทชนิดอื่นๆ ได้แก่ เมทแอมเฟตามีน แอมเฟตามีน อีเฟดรีน และสารสำคัญของพืชกระท่อม (สารไมทราไจนีน Mitragynine) สำหรับตัวยาแก้แพ้ แก้ไออื่นๆ ได้แก่ ไดเฟนไฮดรามีน และเด็กซ์โตรเมทอร์แฟน ก็ยังตรวจไม่พบในตัวอย่างนี้ ทั้งนี้ได้รายงานผลให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราชทราบแล้ว


     “ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจัดเป็นผลิตภัณฑ์ที่เสี่ยงต่อสุขภาพ เนื่องจากไม่มีฉลากแสดงข้อมูลผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบ เลขสารบบ สถานที่ผลิตใดๆ แสดงถึงการผลิตที่ไม่มีคุณภาพมาตรฐาน และยังตรวจพบตัวยาอันตรายชนิดคลอร์เฟนิรามีน ซึ่งมีอาจเกิดอาการข้างเคียง เช่น ง่วงนอน มึนงง เวียนศีรษะ ตาพร่ามัว การมองเห็นไม่ชัดเจน ปากคอจมูกแห้ง ใจสั่น ความดันโลหิตต่ำ ปัสสาวะลำบาก เป็นต้น และยังก่อให้เกิดปัญหาทางสังคม ปัญหายาเสพติด จึงขอแจ้งเตือนภัยให้ประชาชนทราบถึงผลิตภัณฑ์เสี่ยงในชุมชน และเพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลในครอบครัวหรือชุมชนได้รับอันตรายจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ช่วยกันเป็นหูเป็นตาและเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์สุขภาพอันตรายในชุมชน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น อย. และหน่วยงานด้านความมั่นคงได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้หมดไป” นายแพทย์ศุภกิจ กล่าว

16  พ.ย. 2563