กรมวิทย์ฯทดสอบความชำนาญห้องแล็บตรวจน้ำตาลสะสมในเลือด เพื่อให้ผลตรวจมีความถูกต้อง แม่นยำ และปรับขนาดยาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยเบาหวาน

กรมวิทย์ฯ ทดสอบความชำนาญห้องแล็บตรวจน้ำตาลสะสมในเลือด เพื่อให้ผลตรวจมีความถูกต้อง แม่นยำ
ช่วยแพทย์รักษาและปรับขนาดยาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยเบาหวาน



       กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ส่งตัวอย่างทดสอบความชำนาญห้องปฏิบัติการตรวจฮีโมโกลบิน เอ วัน ซี (Hemoglobin A1c ; HbA1c) ให้กับห้องปฏิบัติการสมาชิกทั้งภาครัฐและเอกชน 250 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเปรียบเทียบผลการทดสอบให้มีความถูกต้อง แม่นยำ ช่วยแพทย์ตัดสินใจให้การรักษาและปรับยาที่เหมาะสม กับผู้ป่วยเบาหวาน ส่งผลดีต่อการป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานของประเทศไทย

 นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า วันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปี สหพันธ์เบาหวานนานาชาติ และองค์การอนามัยโลก(WHO) ได้กำหนดให้เป็น วันเบาหวานโลก เพื่อต้องการให้ประชาชนทั่วโลกตระหนักถึงอันตรายของโรคเบาหวาน จากข้อมูลของสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย เมื่อปี 2562 ที่ผ่านมา คนไทยป่วยเป็นโรคเบาหวานกว่า 4.8 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ในผู้ป่วยบางรายที่เป็นมานานหลายปีมักจะพบปัญหาของการเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ปัญหาด้านสายตา ไตวาย โรคหัวใจ อัมพาต ขาชา แผลเน่าโดยเฉพาะบริเวณเท้า หรืออาจสูญเสียอวัยวะและทำให้เสียชีวิต
การวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานหรือไม่ จำเป็นต้องใช้ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยัน โดยเฉพาะการตรวจหาระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมในเลือดตลอดช่วงระยะเวลา 2-3 เดือนที่ผ่านมา ทำให้ทราบว่าผู้ป่วยเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีหรือไม่ ที่เรียกว่า การตรวจฮีโมโกลบิน เอ วัน ซี (Hemoglobin A1C ; HbA1C) ช่วยสนับสนุนให้แพทย์ประเมินผลการรักษา ติดตามอาการ รวมถึงป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยโรคเบาหวานในระยะยาวได้ สำหรับประเทศไทยการตรวจHbA1c ในปัจจุบันมีความหลากหลาย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย ฝ่ายปฏิบัติการด้านเชื้อถ่ายทอดทางการให้เลือด สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข เห็นถึงความจำเป็นในการประกันคุณภาพห้องปฏิบัติการตรวจHbA1c ดำเนินแผนทดสอบความชำนาญการตรวจHbA1c ตั้งแต่ปี 2559 เพื่อประเมินผลการตรวจ HbA1c ของห้องปฏิบัติการที่สมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิก โดยเปรียบเทียบผลการทดสอบของห้องปฏิบัติการสมาชิกกับค่าที่กำหนด (Assigned value) จาก International Federation of Clinical Chemistry (IFCC) ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการอ้างอิงระดับนานาชาติที่กำหนดค่ามาตรฐานของการทดสอบHbA1c ที่ได้รับมาตรฐานมีความน่าเชื่อถือ

นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวเพิ่มเติมว่า แผนทดสอบความชำนาญห้องปฏิบัติการตรวจHbA1c แห่งชาติ ในปีงบประมาณ 2564 นี้ กรมวิทย์ฯจัดส่งตัวอย่างให้กับห้องปฏิบัติการที่สมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิก 250 แห่งทั่วประเทศ จำนวน 3 ครั้งต่อปี โดยตัวอย่างทดสอบที่ส่งให้สมาชิก คือ Human whole blood ซึ่งไม่มีความแตกต่างจากตัวอย่างคนไข้ในการปฏิบัติงานจริง โดยชุดตัวอย่างได้ถูกแบ่งบรรจุจัดเตรียมร่วมกับคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานจาก National Glycohemoglobin Standardization Program (NGSP) ในระดับ level I laboratory ตัวอย่างที่ถูกแบ่งบรรจุแล้วตรวจสอบความเป็นเนื้อเดียวกัน (Homogeneity test) และความคงตัว (Stability test) โดยผ่านการวิเคราะห์ทางสถิติตามมาตรฐาน ISO13528 : 2015 ทำให้มั่นใจในความถูกต้องของชุดตัวอย่าง และหากพบว่าผลการทดสอบของห้องปฏิบัติการสมาชิกไม่ถูกต้อง ทางคณะผู้ดำเนินการจะร่วมปรับปรุงจนสามารถให้ผลการตรวจที่ถูกต้อง จากนั้นจะมอบประกาศนียบัตรให้กับห้องปฏิบัติการสมาชิกที่เข้าร่วมแผนทดสอบความชำนาญฯครบทั้ง 3 ครั้งและมีการรายงานผลตรงเวลา


        “การเข้าร่วมแผนทดสอบความชำนาญจะทำให้ห้องปฏิบัติการสามารถนำข้อมูลไปใช้ปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพ การตรวจวิเคราะห์ให้มีความถูกต้อง แม่นยำ ทำให้ผู้รับบริการมั่นใจในผลการตรวจวิเคราะห์ สามารถตรวจติดตามสุขภาพและความเสี่ยงประชาชนทั่วไปและกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน ช่วยให้แพทย์ตัดสินใจให้การรักษาและปรับขนาดยาที่เหมาะสม ได้อย่างถูกต้อง ส่งผลดีต่อการป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานของประเทศไทย” นายแพทย์ศุภกิจ กล่าว

13  พ.ย. 2563