กรมวิทย์ฯ เผยการตรวจสอบคุณภาพวัคซีนโควิด 19 ในสถานการณ์ฉุกเฉิน


อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยว่าในขั้นตอนการเดินทางของวัคซีนสู่ประชาชน หลังจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้รับวัคซีนมาเพื่อตรวจรับรองรุ่นการผลิตวัคซีนจะสามารถดำเนินการแล้วเสร็จ ในเวลาไม่เกิน 2 วัน จากนั้นวัคซีนจะผ่านขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกระจายลงพื้นที่เพื่อฉีดให้กับประชาชน ซึ่งรวมแล้ววัคซีนใช้เวลาจากโรงงานจนถึงประชาชนประมาณ 5-7 วัน 

 นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ในการขนส่งและกระจายวัคซีนโควิด 19 ในสถานการณ์ฉุกเฉินเริ่มจากโรงงานผู้ผลิตวัคซีนบรรจุวัคซีนในหีบห่อที่รักษาอุณหภูมิให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสม เช่น เก็บที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส เพื่อป้องกันวัคซีนเสื่อมสภาพ เมื่อวัคซีนถึงสนามบินในประเทศ วัคซีนจะถูกขนไปยังคลังเก็บสินค้าควบคุมอุณหภูมิภายในประเทศ (DKSH) จากนั้นวัคซีนจะถูกตรวจสอบสภาพหีบห่อและตรวจนับ จำนวนใช้เวลาประมาณ 1 วัน องค์การเภสัชกรรมจะทำการนำส่งตัวอย่างวัคซีนจำนวนหนึ่งให้กับสถาบันชีววัตถุ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งวัคซีนจะถูกตรวจสอบสภาพ จำนวน และอุณหภูมิขณะขนส่งอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพของวัคซีนก่อนการทดสอบทางห้องปฏิบัติการ การวิเคราะห์คุณภาพของวัคซีนในห้องปฏิบัติการ จะดำเนินไปพร้อมกับพิจารณาเอกสารข้อมูลการผลิตและการควบคุมคุณภาพของผู้ผลิต (Summary Production Protocol) ที่ผู้ผลิตส่งมา  ทราบผลการวิเคราะห์ในเวลา 2 วัน จากนั้นจะออกหนังสือรับรองรุ่นการผลิตให้กับองค์การเภสัชกรรม ซึ่งเป็นผู้นำเข้าวัคซีน ก่อนที่องค์การเภสัชกรรมจะส่งมอบให้กับกรมควบคุมโรค โดยกรมควบคุมโรคร่วมกับบริษัทผู้นำเข้าวัคซีน บริษัทขนส่ง และโรงพยาบาลเป้าหมายประสานงานร่วมกัน ขนส่งวัคซีนไปยังจุดต่างๆ ทั่วประเทศ โดยวัคซีนถูกบรรจุในกล่องบรรจุตามมาตรฐานการขนส่งวัคซีน มีการควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสม ขั้นตอนนี้จะใช้เวลาประมาณ 1-2 วัน ขึ้นอยู่กับพื้นที่ในการจัดส่ง หลังจากนั้นทางโรงพยาบาลต่างๆ จะเร่งดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนตามที่ได้ลงทะเบียนนัดไว้ ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดนับจากวัคซีนมาถึงเมืองไทยจนนำไปฉีดให้กับประชาชนจะใช้เวลาไม่เกิน 7 วัน 


อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วนของการฉีดวัคซีนเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน จึงปฏิบัติภารกิจดังกล่าวอย่างรวดเร็ว แต่ยังคงความรอบคอบ และมาตรฐานที่เชื่อมั่นได้ ซึ่งล่าสุดกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ตรวจสอบคุณภาพวัคซีนโควิด 19 ของแอสตร้าเซนเนก้าที่ผลิตโดยบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด พบว่า ได้มาตรฐานทั้ง 5 รุ่นการผลิต ซึ่งทำให้บริษัทสามารถส่งมอบวัคซีนโควิด 19 ของแอสตร้าเซนเนก้าที่มีมาตรฐานสากล มีความปลอดภัย ให้กับประชาชนต่อไป

5  พ.ค. 2564